เทรด Forex และ Gold spot 24 ชั่วโมง ทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ ตามราคาตลาดโลก

ประกาศสำหรับผู้ที่ต้องการถอนเงิน Instaforex จาก IB อื่น

สำหรับลูกค้า Instaforex ของ IB อื่น ที่ไม่ได้เปิดลิงค์สมัครบัญชีเทรด Instaforex และ เคยฝากถอนผ่านทางเรา

ทางเราทราบว่า IB Instaforex อีกท่านได้ปิดบริการไปแล้ว ดังนั้นทำให้ลูกค้า Instaforex ไม่สามารถถอนเงินผ่าน local bank in thailand ได้ ทางเราจึงจัดให้มีบริการฝากถอนผ่านทางเราได้ โดยไม่เงื่อนไข และขั้นตอนดังต่อไปนี้

 

ขั้นตอนที่ 1. ให้ลูกค้าทำการเปิดบัญชีเทรด instaforex ใหม่ภายใต้ลิงค์สมัคร Affiliate Group ของทางเราตามลิงค์นี้ https://www.instaforex.com/?x=thailand (ขั้นตอนการสมัคร หากมีช่อง Affiliate Code ให้กรอกคำว่า "thailand") โดยชื่อนามสกุลภาษาอังกฤษ ในบัญชีเทรด instaforex ต้องเป็นชื่อเดียวกัน กับบัญชีของธนาคารไทย

 

ขั้นตอนที่ 2. สมัครเป็นสมาชิกในเว็ปไซด์ของเรา thaifxtrading.com ชื่อนามสกุลเดียวกับบัญชีเทรด ,จากนั้นทำการโอนเงินจากบัญชีเทรดเก่า มายังมาบัญชีเทรดใหม่ของท่าน ที่เมนู โอนเงิน InstaForex เป็น thailand affiliate group โดยทางเราจะคิดค่าธรรมเนียม 3-5%

 

ปล. ในส่วนของการถอนเงินผ่าน local bank in thailand นั้นลูกค้าตามขั้นตอน 1 และ 2 นั้น สามารถถอนเงินได้ปกติ แต่ในขั้นตอนการถอนเงิน เมื่อมีการตัดเงินจากบัญชีเทรดของท่าน เพื่อถอนเงินเข้าธนาคารไทย ทางเราจะใช้เวลานานกว่าปกติในการถอนเงิน  โดยทางเรายินยันว่ากับทาง instaforex ว่าเงินของท่านถอนได้อย่างสมบูรณ์จากบัญชีเทรดเดิม  ในกรณีที่ instaforex ไม่ยืนยันการถอนเงินดังกล่าว ทางเราจะคืนเงินการถอนไปยังบัญชีเทรดของท่านตามปกติ

 

หากมีข้อสงสัย รบกวนอีเมลล์สอบถาม admin@thaifxtrading.com

ประกาศสำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชี $1500 Free No Deposit Bonus

แยกเป็นสองเคส

A. สำหรับลูกค้าที่ เปิดบัญชีผ่านลิงค์สมัครของทางเรา ลิงค์นี้ https://www.instaforex.com/?x=thailand ซึ่งจะทำให้อยู่ใน affilaite group ของทา่งเรา สามารถถอนเงินโบนัสที่ได้จากการเทรดได้ โดยต้องทำการฝากเงินเข้าบัญชีเทรด ตามเงื่อนไขของ instaforex ก่อน โดยวิธีการฝากเงินผ่านทางเรานั้น สามารถทำรายการได้ที่เมนูฝากเงิน

B. สำหรับลูกค้าที่ ไม่ได้เปิดบัญชีผ่านลิงค์สมัครของทางเรา แยกออกเป็นอีกสองกรณี

B1. ลูกค้าที่เคยฝากเงินเข้าบัญชีเทรด กับ IB ท่านอื่น สามารถฝก และถอนเงินผ่านเราได้เช่นกัน โดยต้องทำตามใน 3 ขั้นตอน ตามบทความด้านบน

B2. ลูกค้าที่ไม่เคยฝากเงินเข้าบัญชีเทรดเลย แต่ต้องการจะถอนเงินที่ได้จากการเทรด จะไม่สามารถใช้บริการของทางเราใดๆเลย ลูกค้าต้องฝากเงินเข้าเองและถอนเงินเอง โดยทางเรามีทางเลือกให้คือ  ลูกค้าสามารถฝากถอนเงินผ่าน Megatransfer ด้วยตัวเองในบัญชีเทรดของท่าน  ซึ่งสามารถสมัครเปิด Megatransfer ได้ตามลิงค์นี้ https://www.megatransfer.com/sign-up โดยทางเรามี Megatransfer จำหน่าย ซึ่งลูกค้าสามารถ ทำรายการซื้อได้ที่ http://www.e-currencystore.com/top-up/deposit-megatransfer-usd.html

เมนูทำรายการ

VirtueMart
เมนูของท่านยังไม่มีรายการบริการ

ระบบสมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?
ลืมชื่อผู้ใช้ (Username) ของคุณ?
ไม่มีบัญชีผู้ใช้? ลงทะเบียน

Home คู่มือเทรด เทรด Gold พื้นฐานเกี่ยวกับ Gold ประวัติทองคำโลก

ประวัติทองคำโลก

ความเป็นมา

ทองคำเป็นที่รู้จักกันในสังคมมนุษย์มาเป็นเวลาเกือบหกพันปีมาแล้ว คำว่า Gold นั้นมาจากคำภาษาอังกฤษ คือ Geolo ซึ่งแปลว่าเหลือง ส่วนสัญลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ของธาตุทองคำ Au มาจากคำภาษาลาติน คือ Aurum แปลว่าทอง ในยุคโบราณทองคำได้นำมาใช้เป็นเครื่องตกแต่งในพิธีกรรมทางศาสนา หรือเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความมีอำนาจความรุ่งเรือง การค้นพบหาทองครั้งแรกสุดดูเหมือนจะพบทางแถบเอเชียตะวันตก โดยเฉพาะในประเทศ อียิปต์ซึ่งเป็นประเทศที่มีสิ่งของเครื่องทองให้ปรากฏเห็นตั้งแต่ประมาณ 4,000 ปีก่อนศริสตศักราช ต่อมาได้มีการค้นพบอีกที่ประเทศมาเซโดเนีย อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย การขุดทองเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่มีการค้นพบทวีปอเมริกา

นับเป็นเวลาหลายศตวรรษที่ผ่านมา ทองคำยังคงสามารถใช้เป็นเงินตราที่มีค่าสูงสุด และเป็นโลหะชนิดเดียวที่ได้รับการยอมรับในทุกหนทุกแห่ง การใช้ทองคำเป็นเงินตรานั้นมีบ้าง ในดินแดนที่มีความเจริญที่สุดในสมัยโบราณกาล ทองคำได้ครองความเป็นเจ้าเมื่อเปรียบเทียบกับเงินตรา( คือโลหะ ) มาจนถึงคริสตศตวรรษที่ 19 ได้มีการเอามาตรฐานทองคำเข้ามาใช้ในระบบเงินตราในหลายประเทศนายทุนใหญ่ ๆ โดยรัฐบาลเป็นผู้หลอมทำและจำหน่ายเงินเหรียญทองคำ ทองคำจึงกลายมาเป็นพื้นฐานหลักของระบบเงินตราไป ได้มีการกำหนดมาตรฐานทองคำใช้กันเป็นครั้งแรกที่สุดในประเทศอังกฤษ แล้วค่อย ๆ แผ่ขยายออกไปประเทศอื่น ๆ เมื่อทองคำและเงินหลั่งไหลเข้ามาในยุโรปตะวันตกภายหลังจากที่ได้มีการค้นพบ ทางภูมิศาสตร์ครั้งใหญ่ ( หมายถึงการล่าอาณานิคม )ในศตวรรษที่ 15 และ 16 จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า ตัณหาของมนุษย์ในการที่มุ่งครอบครอง ทองคำได้ผลักดันให้มนุษย์แสวงหาอาณานิคม ทำสงคราง และสร้างอารยธรรมในตอนกลางศตวรรษที่ 19 ได้มีการค้นพบทองคำในแคลิฟอร์เนียและในออสเตรเลีย ซึ่งทำให้เศรษฐกิจเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วในยุโรปตะวันตกและในอเมริกาเหนือ ทองคำช่วยดึงเอาประเทศต่าง ๆ เข้ามาร่วมกันก่อตัวเป็นตลาดโลกขึ้น ต่อมาในตอนปลายศตวรรษที่ 19 ได้มีการค้นพบทองคำในอาฟริกาใต้และนี่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นของสมัยใหม่ใน ประวัติศาสตร์



ประวัติทองคำในประเทศไทย

ประเทศไทย เคยเป็นที่รู้จักและเรียกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณว่า สุวรรณภูมิ แปลว่าแผ่นดินทองการที่ประเทศไทยได้ชื่อนี้อาจเนื่องมาจากความเป็นจริงของธรรมชาติตามหลักฐาน ที่กรมทรัพยากรธรณีมีอยู่ ซึ่งล้วนแต่มีการร่อนหาทองคำกันมาแต่โบราณ ประเทศไทยครั้งนั้นคงมีทองคำอุดมสมบูรณ์มากนักเผชิญโชคชาวภาระตะผู้นำอารยะธรรมของชมพูทวีปมาสู่กัมพูชา ในโบราณกาลจึง พากันเรียกดินแดนแห่งนี้ว่า สุวรรณภูมิ แผ่นดินที่ เรียกว่าสุวรรณภูมินี้มีอาณาเขตครอบคลุมพม่า ไทย ตลอดจนแหลม มาลายู สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงประทานอรรถาธิบายไว้ในคำอธิบายหนังสือพระ ราชพงศาวดาร เล่มที่หนึ่ง(พ.ศ.2457) ว่าทรงเห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า สุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ตั้งแต่เมืองมอญ ตลอดลงมาถึงแหลมมาลายู หรือบางทีอาจตลอดไปจนถึงเมืองญวน โดยในครั้งกระโน้น ดินแดงนี้อาจเรียกว่าสุวรรณภูมิทั้งหมด

ความผูกพันกันระหว่างโลหะทองคำกับคนไทยนั้นมีมายาวนาน อาจย้อนไปถึงสมัยอาณาจักรเชียงแสนเพราะมีหลักฐานพระพุทธรูปหล่อ ด้วยทองคำซึ่งมีศิลปะแบบเชียงแสน ปรากฎอยู่ จากนั้น เมื่อไทยได้รับระบบสมมติเทวราชของขอมมาให้เป็นสถาบันบริหารสูงสุด ของประเทศ ทองคำถูกนำมาใช้ในการทำเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และเครื่องราชูปโภคทั้งหลาย

ความมั่งคั่งในทองคำของไทยในอดีตอาจพิจารณาได้จากการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาว ต่างชาติ เช่น พระราชสาสน์นั้นเป็นการเขียน (จาร) ลงบนแผ่นทองคำที่เรียกว่าพระสุพรรณบัฏ และเครื่องราชบรรณาการต่าง ๆ ที่ทำด้วยทองคำเป็นต้น นอกจากนี้เครื่องใช้และเครื่องประดับต่าง ๆ ก็ยังนิยมใช้ทองคำด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงถึงการมีทองคำอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื่อกันว่าที่มาของทองคำเหล่านี้ คือแหล่งทองที่เป็นเกล็ดปนอยู่ในทราย ซึ่งมีอยู่ทั่วไปตามลำธารของภาคเหนือและภาคอีสานตอนเหนือ

ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ส่งทองคำไปเป็นเครื่องบรรณาการแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศสถึง 46 หีบ และพระองค์ได้ให้เอกอัครราชทูตไทยที่ส่งไปเจริญสัมพันธไมตรีในครั้งนั้นว่า จ้างผู้เชี่ยวชาญการทำเหมืองแร่ทองคำจากฝรั่งเศสมาด้วย แร่ทองคำที่มีการผลิตหรือร่อนแร่กันในสมัยนั้น คือ แร่ทองคำบ้านป่า ร่อน อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีการค้นพบและทำเหมืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2283 และมีหลักฐานว่าในปี พ.ศ.2293 สามารถผลิตทองคำ ได้ทองคำหนัก 90 ชั่งเศษ หรือน้ำหนักประมาณ 109.5 กิโลกรัม

ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีเครื่องทองคำที่ควรกล่าวถึง เป็นเครื่องประดับสำหรับ เกียรติยศซึ่งปรากฏในหลักฐานเอกสารต้นตำนานตรานพรัตน์ฯ เมื่อพระมหากษัตริย์บรมราชาภิเษกเสด็จประทับพระที่นั่งภัทรบิฐพราหมณ์ย่อม ถวายพระสังวาลย์นพรัตน์นั้นสวมทรงก่อน จวบจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2325 เป็นต้นมา ในรัชกาลที่ 4 สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การขุดทองลดน้อยลงจนต้องหาซื้อนำ เข้าจากต่างประเทศ การใช้ทองคำมีปรากฏในพระราชนิพนธ์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพซึ่งได้กล่าว เกี่ยวกับการทำเงินตราสยามเป็นเหรียญเงิน และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้ทำเหรียญทองคำด้วยเช่นกัน

กระทั่งปี พ.ศ.2414 มีการค้นพบทองคำที่บ้านบ่อ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีและได้มีการ ทำเหมืองด้วยวิธีการขุดเจาะอุโมงค์ใต้ดินในปี พ.ศ.2416 โดยพระปรีชากลการเจ้าเมืองปราจีนบุรี แต่ปิดดำเนินการในปี พ.ศ.2421 ต่อมาได้เปิดดำเนินการอีกครั้ง ในช่วงปี พ.ศ.2449 2459 แต่ไม่มีข้อมูลของการผลิตแต่อย่างใดจาก นั้นจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีชาวต่างประเทศได้เข้าติดต่อค้าขายและมีการเสาะหาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีชาวอิตาเลียน ได้ขอทำการขุดทองที่บางตะพานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมื่อกลับไปก็ไปเผยแพร่ ว่าประเทศไทยนั้นอุดมด้วยแร่ทองคำเนื้อดีจึงทำให้ชาวต่างชาติหลายชาติได้ เข้ามาขออนุญาตขุดหาแร่ทองคำมากขึ้น

ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลได้ให้สัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำแก่บริษัทจากประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสหลายแห่ง เช่น แหล่งโต๊ะโมะ จังหวัดนราธิวาส แหล่งบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แหล่งกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นต้น แต่บริษัทต่างๆ เหล่านี้ ได้หยุดดำเนินการเนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้มีบันทึกไว้ว่า บริษัท Societe des Mine d Or de Litcho ของฝรั่งเศส ได้ทำเหมืองแร่ทองคำที่แหล่งโต๊ะโมะ จังหวัดนราธิวาส ในระหว่างปี พ.ศ.2479 2483 ได้ทองคำหนักถึง 1,851.44 กิโลกรัม ระหว่างปี พ.ศ.2493 2500 กรมโลหกิจ(กรมทรัพยากรธรณีในปัจจุบัน) ได้ทำเหมืองทองคำที่บ้านบ่อ จังหวัดปราจีนบุรี สามารถผลิตทองคำได้ถึง 54.67 กิโลกรัม


แหล่งแร่ทองคำ

โดยทั่วไปแล้วมักพบแร่ทองคำจะอยู่ในหินอัคนีชนิดเบสมากกว่าชนิดกรด แต่ส่วนใหญ่จะพบว่าทองอยู่ในหินชั้นและในกระบวนการของหินชั้น พบว่าหินทรายจะมีปริมาณทองมากกว่าหินชนิดอื่น ๆ
ส่วนในแหล่งแร่จะพบว่า แร่ทองจะอยู่กับแร่เงิน ทองแดง และโดบอลต์ ปริมาณที่พบทองในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ทอง 1 กรัมต่อหินหรือดิน 300 เมตริกตัน ส่วนในน้ำทะเลจะมีปริมาณทอง 1 กรัมต่อน้ำทะเล 20,000-90,000 ตัน ซึ่งการสกัดเอาแร่ทองคำออกมาแล้ว ไม่คุ้มต่อการลงทุน กล่าวคือจะมีต้นทุนสูงมาก

การเกิดของแร่ทองคำ

การเกิดของแร่ทองคำนั้นแบ่งออกเป็น 2 แบบตามลักษณ์ที่พบในธรรมชาติ ดังนี้
1.แบบปฐมภูมิ คือแหล่งแร่ที่เกิดจากกระบวนการทองธรณีวิทยา มีการผสมทางธรรมชาติจากน้ำแร่ ร้อน ผสมผสานกับสารละลายพวกซิลิก้า ทำให้เกิดการสะสมตัวของแร่ทองคำในหิน ต่าง ๆ เช่น หินอัคนี หินชั้น และหินแปร มีการพบการฝังตัวของแร่ทองคำในหิน หรือสายแร่ที่แทรกอยู่ในหิน ซึ่งส่วนใหญ่ จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีส่วนน้อยที่จะมีขนาดโตพอที่จะเห็นได้ ชัดเจน แหล่งแร่คำแบบนี้จะมีคุณค่าในเชิงพาณิชย์ ก็ต่อเมื่อมีทองคำมากกว่า 3 กรัมในเนื้อหินหนัก 1 ตัน หรือมีทองคำหนัก 1 บาท(15.2 กรัม) ในเนื้อหินหนักประมาณ 5 ตัน (ประมาณ 2 ลูกบาศก์เมตร)

2.แบบปฐมทุติยภูมิ หรือแหล่งลานแร่ คือการที่หินที่มีแร่ทองคำแบบปฐมภูมิได้มีการสึกกร่อนผุพัง แล้วสะสมตัวใน ที่เดิมหรือถูกน้ำชะล้างพาไปสะสมตัวในที่ใหม่ ในบริเวณต่าง ๆ ที่เหมาะสม เช่น เชิงเขา ลำห้วย หรือ ในตะกอนกรวดทรายในลำน้ำ



แหล่งแร่ทองคำที่พบในต่างประเทศ

เมื่อ พ.ศ. 2396 สหรัฐอเมริกาได้มีการค้นพบทองครั้งใหญ่ ผลิตทองได้มากมายจนทำให้เป็น ผู้นำการผลิตทอง ถึง 50 ปี ส่วนในออสเตรเลียก็เช่นเดียวกันกับสหรัฐอเมริกา คือมีการค้นพบทองมากมาย จึงทำให้ตลาดของสหรัฐอเมริกาดูตกต่ำลง แต่ช่วงเวลาไม่นานจำนวนทองที่ ออสเตรเลียก็ลดลงอย่างรวดเร็วในขณะที่การค้นพบทองครั้งใหญ่ ก็เกิดขึ้นอีก ครั้งที่สหรัฐอเมริกาทำให้สหรัฐอเมริกาในตลาดโลกมีความกระเตื้องขึ้นหลังจาก ที่ตกต่ำไป หลังจากนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2439 มีการตื่นทองครั้งใหญ่ที่แคนาดาซึ่งผลิตทองได้เกินกว่า 15 ล้านเอานซ์ต่อปี และในปี พ.ศ. 2458 สุงสุดเกือบ 23 ล้านเอานซ์ต่อปี นับตั้งปี พ.ศ. 2448 ประเทศแอฟริกา เป็นอันดับหนึ่งในการผลิตทอง รองลงมาคือประเทศ สหรัฐอเมริกา ประมาณ 26 ปี ต่อมา ผลผลิตทองของสหรัฐอเมริกาจึงตกเป็นรองประเทศรัสเซียและแคนาดา
ได้มีการประเมินปริมาณของการขุดทองทั่วโลก นับจากเริ่มต้นสมัยประวัติศาสตร์ ได้ทั้งหมด 3 พันล้านเอานซ์ เป็นข้อมูลที่ประเมินไว้ก่อนปี พ.ศ. 2515



แหล่งแร่ทองคำในประเทศไทย

เมื่อประมาณ 60-70 ปีมาแล้ว แหล่งแร่ทองคำที่สำคัญที่สุด คือแหล่งแร่ที่ป่าร้อนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งชาวบ้านที่นี่ทำการหาทองโดยวิธีการร่อน เป็นเวลาหลายปีจนปริมาณลดลง แต่ก็ยังมีเหลือพบบ้าง
กรมทรัพยากรธรณี สำรวจพบแร่ทองคำกระจายอยู่ในพื้นที่หลายจังหวัด ยกเว้นพื้นที่ส่วนที่เป็นที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง พื้นที่ที่มีศักยภาพทางแร่สูงมีอยู่ 2 แนวคือ แนวแรก พาดผ่านจังหวัด เลย หนองคาย เพชรบูรณ์ พิจิตร นครสวรรค์ ลพบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี และ จังหวัดระยอง ส่วนแนวที่ 2 พาดผ่านจังหวัดเชียงราย แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย และจังหวัดตาก ส่วนพื้นที่อื่นๆ พบทองคำกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เช่น บริเวณบ้านป่าร่อน อำเภอบาง สะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แหล่งโต๊ะโมะ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส และ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี


บริเวณที่สำรวจพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางแร่ทองคำสูง ในปัจจุบันมีด้วยกัน 9 บริเวณ ดังนี้

1.บริเวณพื้นที่ในเขตตอนเหนือของจังหวัดอุดรธานี อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย อำเภอเมือง อำเภอเชียงคาน และอำเภอปากชม จังหวัดเลย
2.บริเวณพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอสระแก้ว และอำเภอวัฒนานคร จังหวัดปราจีนบุรี
3.บริเวณพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย อำเภอสบปราบ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง และอำเภอวังชิ้น อำเภอลอง จังหวัดแพร่
4.บริเวณพื้นที่อำเภอแจ้ห่ม อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ขึ้นไปทางเหนือผ่าน อำเภอเมือง อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอม่จัน อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียง แสน จังหวัดเชียงราย
5.บริเวณพื้นที่อำเภอสนามชัยเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงไปถึงอำเภอบ้าบึง กิ่ง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี จรดชายฝั่งทะเลที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง และอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
6.บริเวณพื้นที่อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน กิ่งอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอประทิว และอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
7.บริเวณกิ่งอำเภอสุคิริน อำเภอระแงะ และอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส และบริเวณทางตอนใต้ของจังหวัดยะลา
8.บริเวณพื้นที่อำเภอสังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอไทรโยค ถึงอำเภอสวนผึ้งและอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี
9.บริเวณพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอโคกสำโรง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี และอำเภอท่าตะโก จังหวัด นครสวรรค์


ประวัติการผลิตทองคำ

ในช่วง 6000 ปีที่ผ่านมา คาดว่ามีการขุดทองคำขึ้นมาใช้แล้วมากกว่า 125,000 ตัน โดยประวัติการขุดค้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ยุด คือ ยุคก่อนการตื่นทอง และยุคหลังการตื่นทอง คาดว่ากว่า 90% ของทองคำที่เคยถูกขึ้นนั้นถูกขุดขึ้นมาหลังปี ค.ศ. 1848 หรือตั้งแต่ยุคตื่นทองในแคลิฟอร์เนีย

ยุคแรก (ก่อนปี ค.ศ. 1848)
ในช่วง 2000 ปีก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์ขุดทองคำได้ไม่ถึงปีละ 1 ตัน จากบริเวณที่เป็นประเทศอียิปต์ ซูดาน และซาอุดิอาราเบียในปัจจุบัน
ในยุคอาณาจักรโรมันรุ่งเรือง คาดว่ามีการขุดทองคำได้ 5-10 ตันจาก สเปน ปอร์ตุเกส และแอฟริกา
ช่วงกลางศตวรรษที่ 15 มีการผลิตทองคำ 5-8 ตันต่อปีจากแถบแอฟริกาตะวันตก ซึ่ง คือบริเวณประเทศกานาในปัจจุบัน
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 มีการผลิตทองคำรวม 10-12 ตัน จากแอฟริกาตะวันตกและ อเมริกาใต้
ในปี ค.ศ. 1847 หนึ่งปีก่อนเกิดการตื่นทองในแคลิฟอร์เนีย รัสเซียผลิตทองคำได้ 30-35 ตัน คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ผลิตได้ทั้งโลกที่มีประมาณ 75 ตัน

ยุคที่สอง (หลังปี ค.ศ. 1848)
หลังปี ค.ศ. 1848 นับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญหลังการค้นพบทองคำในแคลิฟอร์เนียและใน ออสเตรเลีย โดยในแต่ละแห่งสามารถขุดได้ทองคำในแต่ลปีเกือบ 100 ตัน
หลังจากได้ได้มีการค้นพบแหล่งทองคำในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีผลผลิต สูงที่สุดมาต่อเนื่องยาวนานนับจากช่วงปลายศตวรรษที่ 18 จนถึงปัจจุบัน
ในช่วงศตวรรษที่ 19 มีการขุดทองคำได้เฉลี่ยปีละ 400 ตัน
ในช่วงปี 1990 โลกมีการขุดค้นได้ทองคำเฉลี่ย 1744 ตันต่อปี ทั้งนี้เพราะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยทำให้การผลิตเดิมที่ไม่มีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจมีความเป็นไป ได้ขึ้น แต่ราคาทองคำที่ตกต่ำลงทำให้ผลผลิตทองคำไม่เพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด

เครดิต goldtraders.or.th

 

เว็ปไซด์นี้จัดทำเพื่อเสนอข้อมูลแลกเปลี่ยนข่าวสาร และแนะนำข้อมูลของโปรเกอร์ต่างๆ เท่านั้น ซึ่งทางเราไม่มีการระดมทุนจากสมาชิกใดๆ อย่างเด็ดขาด

ทุกโปรกเกอร์ที่แสดงอยู่ในเว็ปไซด์นั้น สมาชิกแสดงความประสงค์ที่จะสมัครเปิดบัญชีกับโปรกเกอร์ด้วยตนเอง ซึ่งทางเราเพียงแสดงลิงค์การสมัครเป็นสมาชิกในแต่ละโปรกเกอร์เท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้วการเปิดบัญชีกับโปรกเกอร์ต่างๆ ที่มีอยู่ในเว็ปไซด์เรานั้น ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นอยู่แล้ว

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

ฝาก สั่งจอง และถอนเครดิตผ่านธนาคารไทย

บริการฝากเครดิตเข้าบัญชี Forex 24 Hr. - ใช้ในกรณีที่ทางเรามีจำนวนเครดิตสำรอง ในบัญชี Forex เพียงพอที่สามารถฝากเงินเข้าบัญชี Forex ให้กับสมาชิกได้ภายใน 0-24 ชั่วโมงทำการ หลังจากแจ้งชำระเงิน

สั่งจองเครดิตเข้าบัญชี Forex - ใช้ในกรณีที่ทางเรามีจำนวนเครดิตสำรอง ในบัญชี Forex ไม่เพียงพอ สมาชิกที่สั่งจองและชำระเงินกับทางเราจะได้ รับการโอนเครดิตเข้าบัญชี Forex ภายใน 1-5 วันทำการ

บริการถอนเครดิตจากบัญชี Forex - รูปแบบและวิธีการถอนเครดิตขึ้นอยู่กับแต่ละระบบของโปรกเกอร์ ซึ่งบ้างโปรกเกอร์สามารถเลือกถอนเครดิตได้ทั้ง ผ่านธนาคารไทย (ใช้เวลา 1-5 วันทำการ) ผ่านบัตรเดบิต (ใช้เวลา 2-4วันทำการ) หรือผ่าน E-currency (ใช้เวลา 1-2 วันทำการ) โปรดดูรายละเอียดการถอนเครดิต ก่อนทำรายการ

บริการโอนเปลี่ยน Affiliate Groups - สำหรับผู้ที่ต้องการฝากถอนผ่านธนาคารไทย แต่ไม่เคยสมัครเปิดบัญชีผ่านลิงค์สมัครของทางเรา ทางเรารับบริการโอนเปลี่ยนบัญชี Affiliate Groups เพื่อให้ท่านสามารถฝากถอนผ่านธนาคารไทย ผ่านทางเราได้

Gold spot price

เปิดบัญชี Forex ฟรี

instaforex

เปิดบัญชี Gold Spot ฟรี

instaforex

 

ผลประโยชน์ที่ได้รับ

เฉพาะสมาชิกที่เปิดบัญชีเทรด Instaforex Affiliate Group กับลิงค์สมัครของทางเราเท่านั้น

1. สามารถทำรายการฝากถอนผ่านธนาคารไทยได้

2. รับโบนัสพิเศษจากทาง instaforex 30% หรือมากกว่านั้น (แจ้งขอกับทาง instaforex ด้วยตนเอง)

3. คืน Rebate 50% ทุกวันเข้าบัญชีเทรด

4. รับคืน Rebate เพิ่มพิเศษ สำหรับผู้ที่มียอดฝากและยอดเทรดจำนวนมาก (ส่ง Request เข้าอีเมลล์ของเราเพื่อพิจารณา)

 

ปล. เงื่อนไข โบนัสอื่นๆ เป็นไปตามที่ instaforex กำหนด สามารถหาดูได้ในเว็ปหลัก instaforex.com

 

Copyright © 2008-2011 ThaiFxtrading - Forex, Gold and Oil Introducing Brokers with Rebate Program in Thailand. All rights reserved.